copy1 
       นาย สมนึก  จำปา

      นายก อบต.วังแดง

แบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้บริการของ อบต.วังแดง

moi-most

EnvoTime

ภาษีป้าย

ภาษีป้าย

          1. ป้ายที่ต้องเสียภาษี
              1.1 ป้ายที่ต้องเสียภาษีป้าย  ได้แก่  ป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ  หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้า หรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะแสดง หรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมาย ที่เขียนแกะสลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีใด ๆ
              1.2 ไม่เป็นป้ายที่ได้รับการยกเว้นภาษีป้าย

          2. ป้ายที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีป้าย ได้แก่
              2.1 ป้ายที่แสดงไว้ ณ โรงมหรสพ และบริเวณของโรงมหรสพนั้น เพื่อโฆษณามหรสพ
              2.2 ป้ายที่แสดงไว้ที่สินค้า หรือที่สิ่งห่อหุ้มหรือบรรจุสินค้า
              2.3 ป้ายที่แสดงไว้ในบริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว
              2.4 ป้ายที่แสดงไว้ที่คนหรือสัตว์
              2.5 ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้า หรือประกอบกิจการอื่นหรือภายในอาคารซึ่งเป็นที่รโหฐาน ทั้งนี้เพื่อหารายได้ และแต่ละป้ายมีพื้นที่ไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวง(กฎกระมรวง ฉบับที่ 8 พ.ศ.2542 กำหนดว่าต้องเป็นป้ายที่มีพื้นที่ไม่เกินสามตารางเมตร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2542) แต่ไม่รวมถึงป้ายตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์
              2.6 ป้ายของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
              2.7 ป้ายที่องค์การที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลหรือตามกฎหมาย  ว่าด้วยการนั้น ๆ และหน่วยงานที่นำรายได้ส่งรัฐ
              2.8 ป้ายของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
              2.9 ป้ายของโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน       ที่แสดงไว้ ณ อาคารหรือบริเวณของโรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น
              2.10 ป้ายของผู้ประกอบการเกษตร ซึ่งค้าผลิตอันเกิดจากการเกษตรของตน
              2.11 ป้ายของวัด หรือผู้ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนา หรือการกุศลสาธารณะโดยเฉพาะ
              2.12 ป้ายของสมาคมหรือมูลนิธิ
              2.13 ป้ายที่กำหนดในกฎกระทรวง

          3. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย
              ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ได้แก่
              3.1 เจ้าของป้าย
              3.2 ในกรณีที่ไม่มีผู้อื่นยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย หรือเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจหาตัวเจ้าของป้ายนั้นได้ให้ถือว่าผู้ครอบครองป้ายนั้นเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย หรือที่ดินที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่เป็นผู้มีหน้าทีเสีย ภาษีป้ายตามลำดับ

          4. ระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีป้าย
              4.1 เจ้าของป้ายที่มีหน้าที่เสียภาษีป้ายต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภป.) ภายใน เดือน มีนาคม ของทุกปี
              4.2 ในกรณีที่ติดตั้งหรือแสดงป้ายภายหลังเดือน มีนาคม หรือติดตั้งหรือแสดงป้ายใหม่แทนป้ายเดิม หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขป้ายอันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น ให้เจ้าของป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันติดตั้งหรือแสดงป้าย หรือนับแต่วันเปลี่ยนแก้ไข

 

 5. การคำนวณพื้นที่ป้าย อัตราค่าภาษีป้าย และการคำนวณภาษีป้าย

5.1 การคำนวณพื้นที่ป้าย
                   5.1.1 ป้ายที่มีขอบเขตกำหนดได้  ส่วนที่กว้างที่สุด x ส่วนที่ยาวที่สุดของขอบเขตป้าย

                   5.1.2 ป้ายไม่มีขอบเขตกำหนดได้
                           ถือตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่อยู่ริมสุดเป็นขอบเขตเพื่อกำหนด ส่วนที่กว้างที่สุด ยาวที่สุด แล้วคำนวณตาม 5.1.1
                   5.1.3 คำนวณพื้นที่เป็นตารางเซนติเมตร
             5.2  อัตราภาษีป้าย  แบ่งเป็น 3 อัตรา ดังนี้

อัตราภาษีป้าย (ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร)

ลักษณะ

บาท

1. อักษรไทยล้วน

3

2. อักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศ / ภาพ / เครื่องหมายอื่น                        

20

3. ป้ายดังต่อไปนี้
     ก. ไม่มีอักษรไทย
     ข. อักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้ หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ

40

4. ป้ายที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขพื้นที่ป้าย ข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายบางส่วนในป้ายได้เสียภาษีป้ายแล้วอันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น ให้คิดอัตรา ตาม ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3
แล้วแต่กรณีและให้เสียเฉพาะเงินภาษีที่เพิ่มขึ้น             

5. ป้ายใดเสียต่ำกว่า 200 บาท ให้เสีย 200 บาท                                              

            5.3 การคำนวณภาษีป้าย
               ให้คำนวณโดยนำพื้นที่ป้ายคูณด้วยอัตราภาษีป้าย เช่น ป้ายที่ต้องภาษีมีพื้นที่ 10,000  ตารางเซนติเมตร เป็นป้ายประเภทที่ 2 ป้ายนี้เสียภาษี ดังนี้
               10,000  หาร  500  คูณ  20 เท่ากับ 400 บาท (10,000 / 500 x 20 = 400)

          6. ขั้นตอนการชำระภาษี
             6.1 ผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภป.1) พร้อมด้วยหลักฐาน
             6.2 พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเป็น 2 กรณ๊ ดังนี้
                  1) กรณีที่ผู้เสียภาษีป้ายประสงค์จะชำระภาษีป้ายในวันที่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีป้าย     ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประเมินภาษีป้ายได้ทันทีให้แจ้งผู้เสียภาษีป้ายว่าจะต้องเสียภาษีป้ายจำนวนเท่าใด
                  2) กรณีผู้เสียภาษีป้ายไม่พร้อมจะชำระภาษีในวันยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายพนักงานเจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งการประเมิน (ภป.3) แจ้งจำนวนเงินภาษีที่จะต้องชำระแก่ผู้เสียภาษี
             6.3 ผู้เสียภาษีต้องมาชำระเงินค่าภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน มิฉะนั้นจะต้องเสียเงินเพิ่ม
              6.4 การชำระภาษีป้าย
                  6.4.1 เจ้าของมีหน้าที่ชำระภาษีป้ายเป็นรายปี ยกเว้นป้ายที่แสดงปีแรก
                      (1) ระยะเวลา ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
                      (2) สถานที่ชำระภาษี
                           - สถานที่ที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายไว้
                           - หรือสถานที่อื่นที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด
                      (3) การชำระภาษีวิธีอื่น
                           - ธนาณัติ หรือตั๋วแลกเงินของธนาคารสั่งจ่ายส่วนท้องถิ่น
                           - ส่งโดยไปรษณีย์ลงทะเบียน
                           - ส่งไปยังสถานที่ตาม (2)
                      (4) การผ่อนชำระหนี้
                           - ภาษีป้าย 3,000 บาทขึ้นไป
                           - ผ่อนชำระเป็น  3  งวด ๆ เท่ากัน
                           - แจ้งความจำนงเป็นหนังสือก่อนครบกำหนดเวลาชำระหนี้
                 6.4.2 ป้ายติดตั้งปีแรก
                 6.4.3 คิดภาษีป้ายเป็นรายงวด
                 6.4.4 งวดละ  3 เดือน
                 6.4.5 เริ่มตั้งแต่งวดที่ติดตั้ง  จนถึงงวดสุดท้ายของปี
                           - งวด  1  มกราคม  -  มีนาคม    = 100%
                           - งวด  2  เมษายน  -  มิถุนายน  = 75%
                           - งวด  3  กรกฎาคม - กันยายน  = 50%
                           - งวด  4  ตุลาคม  -  ธันวาคม    = 25%